งานวิจัยชิ้นนี้จาก Harvard University ใช้เวลานานถึง 75 ปี พบว่า ความสุขของมนุษย์ไม่ใช่ มีเงินมีทอง มีชื่อเสียง
แต่คือ “ อะไร หาคำตอบได้จากคลิปข้างล่างนี้
เพราะว่าพระเจ้าทรงรักโลก จนได้ทรงประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองค์ เพื่อทุกคนที่วางใจในพระบุตรนั้นจะไม่พินาศ แต่มีชีวิตนิรันดร์ (For God so loved the world that he gave his only Son, that whoever believes in him should not perish but have eternal life. )
เรื่องน้ำพระทัยของพระเจ้า มี 3 ประเด็น ตามที่ผู้เผยพระวจนะ แนะนำ
1.เป็นน้ำพระทัยที่สมบูรณ์ การแสวงหาน้ำพระทัยพระเจ้า
2. เป็นน้ำพระทัยที่ไม่สมบูรณ์ (แต่ก็ไม่สมบูรณ์เหมือนชื่อ)
ทุกช่วงของการดำเนินชีวิตมนุษย์เรา จะมีการต่อสู้เสมอ และการต่อสู้ที่หนักที่สุดคือการต่อสู้กับการที่ไม่ได้เลือกตามน้ำพระทัยพระเจ้า (เลือกตามอารมณ์ ความรู้สึกและ ความต้องการหรือเนื้อหนังตนเอง)
พระเจ้าไม่บังคับมนุษย์ (พระเจ้าบอก(ซึ่งสมบูรณ์ในตัว)-มนุษย์เลือก-แล้วรับผลของการเลือก) ถ้าพระเจ้าบังคับมนุษย์ อาดัมและเอวา จะไม่ได้ทำบาป มนุษย์เลือกเอง ว่าจะเลือกเชื่อฟัง(เลือกตามน้ำพระทัยของพระเจ้า ) หรือไม่ อย่างอิสระ แต่ทุกอย่างที่เลือกจะมีผลของการเลือกตามมาเสมอ ทุกคนไม่ว่าใครก็ตาม
ตัวอย่างง่ายๆ (เพราะว่าคนจำนวนมากเป็นคนบาป เพราะคนคนเดียวที่ไม่เชื่อฟังอย่างไร คนจำนวนมากก็เป็นคนชอบธรรม เพราะพระองค์ผู้เดียวที่ได้ทรงเชื่อฟังอย่างนั้น (โรม 5:19 THSV11))
1.อาดัมและเอวา
1.1 พระเจ้าบอก
(พระยาห์เวห์พระเจ้าจึงตรัสสั่งมนุษย์นั้นว่า “ผลไม้ทุกอย่างในสวนนี้ เจ้ากินได้ตามใจชอบ แต่ผลของต้นไม้แห่งการรู้ถึงความดีและความชั่วนั้น ห้ามเจ้ากิน เพราะในวันใดที่เจ้ากิน เจ้าจะต้องตายแน่” (ปฐมกาล 2:16, 17 THSV11))
1.2 มนุษย์เลือก
(เมื่อหญิงนั้นเห็นว่าต้นไม้นั้นดีน่ากิน ทั้งเป็นต้นไม้น่าปรารถนาที่ทำให้เกิดปัญญา จึงเก็บผลไม้นั้นมากิน แล้วส่งให้สามีที่อยู่กับเธอกินด้วย เขาก็กิน (ปฐมกาล 3:6 THSV11))
1.3 รับผลของการเลือก
(ตาของเขาทั้งสองคนก็สว่างขึ้น จึงรู้ว่าพวกเขาเปลือยกายอยู่ ก็เอาใบมะเดื่อมาเย็บเป็นเครื่องปกปิดกายไว้ เวลาเย็นวันนั้น เขาทั้งสองได้ยินเสียงพระยาห์เวห์พระเจ้าเสด็จดำเนินอยู่ในสวน ชายนั้นกับภรรยาของเขาก็ซ่อนตัวอยู่ในหมู่ต้นไม้กลางสวน ให้พ้นจากพระพักตร์พระยาห์เวห์พระเจ้า ชายนั้นทูลว่า “ข้าพระองค์ได้ยินพระสุรเสียงของพระองค์ในสวนก็กลัว เพราะข้าพระองค์เปลือยกายอยู่ จึงได้ซ่อนตัวเสีย” ชายนั้นทูลว่า “หญิงที่พระองค์ประทานให้อยู่กับข้าพระองค์ เธอส่งผลจากต้นไม้นั้นให้ข้าพระองค์ ข้าพระองค์จึงรับประทาน” พระองค์ตรัสแก่หญิงนั้นว่า “เราจะเพิ่มความทุกข์ลำบากมากขึ้นแก่เจ้า และเมื่อเจ้ามีครรภ์ เจ้าจะคลอดบุตรด้วยความเจ็บปวด ถึงกระนั้น เจ้าจะยังปรารถนาในสามีของเจ้า และเขาจะปกครองตัวเจ้า” พระองค์จึงตรัสแก่ชายนั้นว่า “เพราะเหตุเจ้าเชื่อฟังคำพูดของภรรยา และกินผลจากต้นไม้ที่เราสั่งไม่ให้กินผลจากต้นนั้น แผ่นดินจึงต้องถูกสาปเพราะเจ้า เจ้าจะต้องหากินบนแผ่นดินด้วยความทุกข์ลำบากตลอดชีวิต ต้นไม้และพืชที่มีหนามจะงอกขึ้นบนดินแก่เจ้า และเจ้าจะกินพืชตามท้องทุ่ง เจ้าจะต้องหากินด้วยเหงื่ออาบหน้า จนเจ้ากลับไปเป็นดิน เพราะเจ้าถูกนำมาจากดิน และเพราะเจ้าเป็นผงคลีดิน และเจ้าจะกลับเป็นผงคลีดินดังเดิม” พระองค์ทรงขับไล่ชายนั้นออกไป และทรงตั้งเหล่าเครูบ ทางด้านทิศตะวันออกของสวนเอเดน และตั้งดาบเพลิงอันหนึ่งที่หมุนได้ไว้เฝ้าทางที่จะไปสู่ต้นไม้แห่งชีวิตนั้น (ปฐมกาล 3:7, 8, 10, 12, 16-19, 24 THSV11))
2.พระเยซูคริสต์
2.1 พระเจ้าบอก?
เพื่อทุกคนจะได้ถวายพระเกียรติแด่พระบุตรเหมือนที่พวกเขาถวายเกียรติแด่พระบิดา คนไหนไม่ถวายพระเกียรติแด่พระบุตร คนนั้นก็ไม่ถวายพระเกียรติแด่พระบิดาผู้ทรงใช้พระบุตรมา (ยอห์น 5:23 THSV11)
พระเจ้าทรงรักโลกดังนี้ คือได้ประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองค์ เพื่อทุกคนที่วางใจในพระบุตรนั้น จะไม่พินาศ แต่มีชีวิตนิรันดร์ (ยอห์น 3:16 THSV11)
เพราะว่าทุกคนทำบาป และเสื่อมจากพระสิริของพระเจ้า (โรม 3:23 THSV11)
2.2 พระเยซูเลือก
(ผู้ทรงสภาพเป็นพระเจ้า ไม่ทรงถือว่าความทัดเทียมกับพระเจ้าเป็นสิ่งที่จะต้องยึดไว้ แต่ทรงสละพระองค์เองและทรงรับสภาพทาส ทรงถือกำเนิดเป็นมนุษย์ และทรงปรากฏอยู่ในสภาพมนุษย์ พระองค์ทรงถ่อมพระองค์ลง ทรงยอมเชื่อฟังจนถึงความมรณา กระทั่งมรณาบนกางเขน (ฟีลิปปี 2:6-8 THSV11))
2.3 รับผลของการเลือก
(ซึ่งทรงกระทำในพระคริสต์เมื่อทรงให้พระคริสต์เป็นขึ้นจากตาย และให้ประทับเบื้องขวาพระหัตถ์ของพระองค์ในสวรรคสถาน สูงส่งยิ่งเหนือเทพผู้ครองและเทพผู้ทรงอำนาจ เทพผู้ทรงเดชานุภาพ และเทพผู้ครองอาณาจักรทั้งสิ้น และเหนือทุกนามที่เขาเอ่ยขึ้น ไม่เพียงในยุคนี้เท่านั้นแต่ในยุคหน้าด้วย และพระเจ้าทรงให้สิ่งสารพัดอยู่ใต้พระบาทพระคริสต์ และทรงตั้งพระองค์ไว้เป็นประมุขเหนือทุกสิ่งเพื่อคริสตจักร (เอเฟซัส 1:20-22 TNCV))
(เพราะฉะนั้นพระเจ้าจึงทรงยกพระองค์ขึ้นสูงสุด และประทานพระนามเหนือนามทั้งหมดแก่พระองค์ เพื่อที่ว่าเพราะพระนามของพระเยซูนั้น ทุกชีวิต ในสวรรค์ บนแผ่นดินโลก และใต้พื้นแผ่นดินโลก จะคุกเข่าลงกราบพระองค์ และเพื่อที่ว่าทุกลิ้นจะยอมรับว่าพระเยซูคริสต์ทรงเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า เป็นการถวายพระเกียรติแด่พระเจ้าพระบิดา (ฟีลิปปี 2:9-11 THSV11))
เพราะว่าคราวเมื่อพระองค์ทรงได้รับพระเกียรติและพระสิริจากพระเจ้าพระบิดา และพระสุรเสียงจากพระสิริอันยิ่งใหญ่ได้มาถึงพระองค์ว่า “ท่านผู้นี้เป็นบุตรของเราและเป็นที่รักของเรา เราพอใจท่านผู้นี้มาก” (2 เปโตร 1:17 THSV11)
เพราะว่าพระบิดาไม่ทรงพิพากษาใคร แต่ทรงมอบการพิพากษาทั้งสิ้นไว้กับพระบุตร และทรงให้พระบุตรมีสิทธิอำนาจที่จะทำการพิพากษาเพราะพระองค์ทรงเป็นบุตรมนุษย์ (ยอห์น 5:22, 27 THSV11)
แต่ถึงแม้เราจะพิพากษา การพิพากษาของเราก็ถูกต้อง เพราะเราไม่ได้พิพากษาโดยลำพัง แต่เราพิพากษาร่วมกับพระบิดาผู้ทรงใช้เรามา (ยอห์น 8:16 THSV11)
มีข้อโต้แย้งอีกหลายประเด็นใช่ไหม? ครับ ว่าเป็นมนุษย์นี่นา เอาล่ะ! ถึงอย่างไรก็แล้วแต่ ถ้าเราเป็นมนุษย์ที่ต้อนรับพระเยซูแล้ว และได้ชื่อว่าเป็นบุตรของพระเจ้า คงให้พระเยซูเป็นต้นแบบได้ ทั้งหมดนี้พระเจ้าก็ให้เราเลือกเองอยู่ดี เชิญตามสบายครับ ตามหัวใจปรารถนา ว่า"ต้องการจะรับผลเช่นไร"
อีกประเด็น สำหรับการเชื่อฟัง (เลือกทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้า )
(ปฐมกาล 22:17, 18 THSV11) ดังนั้นเราจะอวยพรเจ้าแน่ เราจะทวีเชื้อสายของเจ้าให้มากขึ้น ดังดวงดาวในท้องฟ้า และดังเม็ดทรายบนฝั่งทะเล เชื้อสายของเจ้าจะได้ประตูเมืองศัตรูทั้งหลายของเจ้าเป็นกรรมสิทธิ์ ประชาชาติทั้งหมดในโลกจะได้พรเพราะเชื้อสายของเจ้า เพราะว่าเจ้าเชื่อฟังเรา”
( เฉลยธรรมบัญญัติ 28:1-14 THSV11) “ถ้าท่านตั้งใจเชื่อฟังพระสุรเสียงของพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน และระวังที่จะทำตามพระบัญญัติทั้งสิ้นของพระองค์ซึ่งข้าพเจ้าบัญชาท่านในวันนี้ พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านจะทรงตั้งท่านไว้ให้สูงกว่าบรรดาประชาชาติทั่วโลก พระพรเหล่านี้ทั้งสิ้นจะลงมาเหนือท่านและตามทันท่าน ถ้าท่านฟังพระสุรเสียงของพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน ท่านจะรับพระพรในเมือง ท่านจะรับพระพรในทุ่งนา พงศ์พันธุ์ของตัวท่านเอง ผลแห่งพื้นดินของท่านและพันธุ์แห่งสัตว์ของท่านจะรับพระพร คือลูกอ่อนของฝูงโคของท่าน ลูกอ่อนของฝูงแพะแกะของท่าน กระจาดของท่านและรางนวดแป้งของท่านจะรับพระพร ท่านจะรับพระพรเมื่อท่านเข้ามา และท่านจะรับพระพรเมื่อท่านออกไป “พระยาห์เวห์จะทรงทำให้ศัตรูผู้ลุกขึ้นต่อสู้ท่านพ่ายแพ้แก่ท่าน เขาจะออกมาต่อสู้ท่านทางเดียว และหนีจากท่านเจ็ดทาง พระยาห์เวห์จะทรงบัญชาพระพรให้แก่ฉางของท่าน และทุกสิ่งที่มือท่านทำ และพระองค์จะทรงอวยพรท่านในแผ่นดินซึ่งพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านประทานแก่ท่าน พระยาห์เวห์จะทรงตั้งท่านให้เป็นชนชาติบริสุทธิ์แด่พระองค์ ดังที่พระองค์ทรงปฏิญาณแก่ท่านแล้ว ถ้าท่านรักษาพระบัญญัติของพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน และดำเนินในพระมรรคาของพระองค์ และชนชาติทั้งหลายในโลกจะเห็นว่าเขาเรียกท่านตามพระนามพระยาห์เวห์ และเขาทั้งหลายจะเกรงกลัวท่าน พระยาห์เวห์จะทรงทำให้ท่านอุดมสมบูรณ์ไปด้วยพงศ์พันธุ์ของตัวท่านเอง พันธุ์ของฝูงสัตว์ของท่านและผลแห่งพื้นดินของท่าน ในแผ่นดินซึ่งพระยาห์เวห์ทรงปฏิญาณแก่บรรพบุรุษของท่านว่าจะประทานแก่ท่าน พระยาห์เวห์จะทรงเปิดคลังฟ้าสวรรค์อันดีของพระองค์ประทานฝนแก่แผ่นดินของท่านตามฤดูกาล และทรงอวยพรแก่งานแห่งมือของท่าน และท่านจะให้หลายประชาชาติขอยืม แต่ท่านจะไม่ขอยืม ถ้าท่านเชื่อฟังพระบัญญัติของพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน ซึ่งข้าพเจ้าบัญชาท่านในวันนี้ และระวังที่จะทำตาม พระยาห์เวห์จะทรงทำให้ท่านเป็นหัวไม่ใช่เป็นหาง ทำให้สูงขึ้นเท่านั้นไม่ใช่ให้ต่ำลง และถ้าท่านไม่หันเหไปทางขวาหรือทางซ้าย จากบรรดาถ้อยคำซึ่งข้าพเจ้าบัญชาท่านในวันนี้
ด้วยความรักจากพระคริสต์เราอยากให้ท่านได้รับพระพร และ ไม่ต้องการให้ท่านได้รับ ผลสนองของการไม่เชือฟังก็มีแน่นอนครับ
เฉลยธรรมบัญญัติ 28:15-35, 37-45 THSV11 “แต่ถ้าท่านไม่เชื่อฟังพระสุรเสียงของพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน และไม่ระวังที่จะทำตามพระบัญญัติทั้งสิ้นของพระองค์ และกฎเกณฑ์ของพระองค์ ซึ่งข้าพเจ้าบัญชาท่านในวันนี้ แล้วคำสาปแช่งทั้งหมดเหล่านี้จะลงมาเหนือท่านและตามทันท่าน ท่านจะถูกสาปแช่งในเมือง ท่านจะถูกสาปแช่งในทุ่งนา กระจาดของท่านและรางนวดแป้งของท่านจะถูกสาปแช่ง พงศ์พันธุ์ของตัวท่านเองจะถูกสาปแช่ง รวมทั้งผลแห่งพื้นดินของท่าน ลูกอ่อนของฝูงโคของท่าน ลูกอ่อนของฝูงแพะแกะของท่านจะถูกสาปแช่ง ท่านจะถูกสาปแช่งเมื่อท่านเข้ามา และท่านจะถูกสาปแช่งเมื่อท่านออกไป “พระยาห์เวห์จะทรงส่งคำสาปแช่ง ความวุ่นวาย และการตำหนิมายังกิจการทั้งสิ้นที่มือท่านทำ จนท่านจะถูกทำลายและพินาศอย่างรวดเร็วเนื่องด้วยความชั่วซึ่งท่านได้ทำ เพราะท่านได้ทอดทิ้งพระองค์ เสีย พระยาห์เวห์จะทรงบันดาลให้โรคร้ายติดพันท่าน จนพระองค์จะทรงเผาผลาญท่านให้สิ้นเสียจากแผ่นดินซึ่งท่านเข้ายึดครองนั้น พระยาห์เวห์จะทรงเฆี่ยนตีท่านด้วยความซูบผอม และด้วยการป่วยไข้ การอักเสบ ความร้อนอย่างรุนแรง ด้วยดาบ ด้วยแผลพุพอง ด้วยเชื้อรา และสิ่งเหล่านี้จะติดตามท่านไปจนท่านพินาศ และฟ้าสวรรค์ที่อยู่เหนือศีรษะของท่านจะเป็นทองเหลือง และแผ่นดินที่อยู่ใต้ท่านจะเป็นเหล็ก พระยาห์เวห์จะทรงบันดาลให้ฝนในแผ่นดินของท่านเป็นฝุ่นและละอองลงมาจากท้องฟ้า อยู่เหนือท่านจนกว่าท่านจะถูกทำลาย “พระยาห์เวห์จะทรงทำให้ท่านพ่ายแพ้ต่อศัตรูของท่าน ท่านจะออกไปต่อสู้พวกเขาทางเดียว แต่จะหนีจากเขาเจ็ดทาง และท่านจะเป็นที่น่าสยดสยองยิ่งแก่ราชอาณาจักรทั้งสิ้นทั่วโลก ซากศพของท่านจะเป็นอาหารของบรรดานกในอากาศและของสัตว์ป่าในโลก และไม่มีผู้ใดขับไล่ฝูงสัตว์เหล่านั้นไปได้ พระยาห์เวห์จะทรงเฆี่ยนตีท่านด้วยฝีอียิปต์ ด้วยแผลร้าย ด้วยโรคกลาก และด้วยโรคคัน ซึ่งจะรักษาไม่ได้ พระยาห์เวห์จะทรงเฆี่ยนตีท่านด้วยความวิกลจริต ตาบอด และให้จิตใจยุ่งเหยิง ท่านจะคลำไปในเวลาเที่ยงเหมือนคนตาบอดคลำไปในความมืด และท่านจะไม่มีความเจริญในทางของท่าน ท่านจะถูกบีบคั้นและถูกปล้นอยู่เสมอ และจะไม่มีใครช่วยท่านเลย ท่านจะหมั้นหญิงคนหนึ่งไว้เป็นภรรยา และชายอื่นจะเข้าไปนอนกับนาง ท่านจะสร้างบ้าน แต่จะไม่ได้อาศัยอยู่ในนั้น ท่านจะปลูกสวนองุ่น แต่ท่านจะไม่ได้เก็บผล คนจะฆ่าโคของท่านต่อหน้าต่อตาท่าน ท่านจะไม่ได้รับประทานเนื้อโคนั้น เขาจะมาแย่งชิงลาไปต่อหน้าต่อตาท่าน และเขาจะไม่เอากลับคืนมาให้ท่าน ฝูงแพะแกะของท่านจะถูกเอาไปให้ศัตรูของท่าน และจะไม่มีใครช่วยท่านเลย เขาจะเอาบุตรชายและบุตรสาวของท่านไปให้แก่ชนชาติอื่น ตาของท่านจะมองดูและหม่นหมองด้วยความอาลัยอาวรณ์ตลอดเวลา ส่วนมือของท่านก็ไร้เรี่ยวแรง ชนชาติที่ท่านไม่เคยรู้จักมาก่อนจะมารับประทานพืชผลแห่งพื้นดินของท่าน และกินผลงานของท่าน เขาจะบีบคั้นและเหยียบย่ำท่านเสมอไป ดังนั้นภาพที่ท่านเห็นจึงจะทำให้ท่านบ้าคลั่งไป พระยาห์เวห์จะทรงเฆี่ยนตีท่านด้วยฝีร้ายที่หัวเข่าและที่ขา ซึ่งท่านจะรักษาให้หายไม่ได้ เป็นตั้งแต่ฝ่าเท้าจนถึงกระหม่อมของท่าน ท่านจะเป็นที่น่ากลัว เป็นภาษิต เป็นที่โจษจันกันท่ามกลางชนชาติทั้งหลายที่พระยาห์เวห์ทรงพาท่านไปนั้น ท่านจะหว่านเมล็ดพืชมากมายไว้ในนาและเก็บผลเข้ามาแต่น้อย เพราะตั๊กแตนปาทังก้า จะกัดกินเสีย ท่านจะปลูกและแต่งต้นองุ่น แต่ท่านจะไม่ได้ดื่มเหล้าองุ่นหรือเก็บผลเข้ามา เพราะตัวหนอนจะกินมันเสีย ท่านจะมีต้นมะกอกอยู่ทั่วอาณาเขตของท่าน แต่ท่านจะไม่ได้น้ำมันมาชโลมตัวท่าน เพราะว่าผลมะกอกของท่านจะร่วงหล่นเสีย ท่านจะมีบุตรชายและบุตรสาว แต่จะไม่เป็นของท่าน เพราะเขาจะตกไปเป็นเชลย ต้นไม้ทั้งหลายของท่านและผลจากพื้นดินของท่านนั้นตั๊กแตนจะกัดกินเสีย คนต่างด้าวซึ่งอยู่ท่ามกลางท่านจะสูงขึ้นเหนือท่านทุกทีๆ และท่านจะต่ำลงทุกทีๆ เขาจะให้ท่านทั้งหลายยืม และท่านจะไม่มีให้เขายืม เขาจะเป็นหัว และท่านจะเป็นหาง คำสาปแช่งทั้งหมดนี้จะลงมาเหนือท่านไล่ตามท่าน และจะตามทันท่าน จนกว่าท่านจะถูกทำลาย เพราะว่าท่านไม่เชื่อฟังพระสุรเสียงของพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน ที่จะรักษาพระบัญญัติและกฎเกณฑ์ของพระองค์ซึ่งพระองค์ทรงบัญชาท่านไว้"
(กาลาเทีย 5:1 THSV11) เพื่อเสรีภาพนั้นเองพระคริสต์จึงได้ทรงให้เราเป็นไท เพราะฉะนั้น จงตั้งมั่น และอย่าเข้าเทียมแอกของการเป็นทาสอีกเลย
(โคโลสี 2:14, 15 TH1971) พระองค์ทรงฉีกกรมธรรม์ซึ่งได้ผูกมัดเราด้วยบัญญัติต่างๆ ซึ่งขัดขวางเรา และได้ทรงหยิบเอาไปเสียให้พ้นโดยทรงตรึงไว้ที่กางเขน พระองค์ทรงปลดเทพผู้ครองและศักดิเทพเสีย พระองค์ได้ทรงประจานเขา และชนะเขาโดยกางเขนนั้น
(ยอห์น 5:24 THSV11) เราบอกความจริงกับพวกท่านว่า ถ้าใครฟังคำของเราและวางใจผู้ทรงใช้เรามา คนนั้นก็มีชีวิตนิรันดร์และไม่ถูกพิพากษา แต่ผ่านพ้นความตายไปสู่ชีวิตแล้ว
(เยเรมีย์ 29:11 THSV11) พระยาห์เวห์ตรัสว่า ‘เพราะเรารู้แผนงานที่เรามีไว้สำหรับพวกเจ้า เป็นแผนงานเพื่อสวัสดิภาพ ไม่ใช่เพื่อทำร้ายเจ้า เพื่อจะให้อนาคตและความหวังแก่เจ้า
(ยอห์น 14:6 THSV11) พระเยซูตรัสกับเขาว่า “เราเป็นทางนั้น เป็นความจริง และเป็นชีวิต ไม่มีใครมาถึงพระบิดาได้นอกจากจะมาทางเรา
(สดุดี 55:22 THSV11) จงมอบภาระของท่านไว้กับพระยาห์เวห์ และพระองค์จะทรงค้ำจุนท่าน พระองค์จะไม่ทรงยอมให้ คนชอบธรรมคลอนแคลนเลย
(กาลาเทีย 6:9 THSV11) อย่าให้เราเมื่อยล้าในการทำดี เพราะว่าถ้าเราไม่ท้อใจแล้ว เราก็จะเก็บเกี่ยวในเวลาอันสมควร
(ยอห์น 3:16, 18 THSV11) พระเจ้าทรงรักโลกดังนี้ คือได้ประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองค์ เพื่อทุกคนที่วางใจในพระบุตรนั้นจะไม่พินาศ แต่มีชีวิตนิรันดร์
คนที่วางใจในพระบุตรจะไม่ถูกพิพากษา ส่วนคนที่ไม่ได้วางใจก็ถูกพิพากษาอยู่แล้ว เพราะเขาไม่ได้วางใจในพระนามพระบุตรองค์เดียวของพระเจ้า
(ยอห์น 10:10 THSV11) ขโมยนั้นย่อมมาเพื่อจะลัก ฆ่า และทำลาย เรามาเพื่อพวกเขาจะได้ชีวิตและจะได้อย่างครบบริบูรณ์
ปฐมกาล 2:18 THSV11 พระยาห์เวห์พระเจ้าตรัสว่า “การที่ชายผู้นี้จะอยู่แต่ลำพังนั้นไม่ดี เราจะสร้างคู่อุปถัมภ์ ที่เหมาะสมกับเขาขึ้น”
ปฐมกาล 2:21 THSV11 แล้วพระยาห์เวห์พระเจ้าจึงทรงทำให้ชายนั้นหลับสนิท ขณะที่เขาหลับอยู่ พระองค์ทรงชักกระดูกซี่โครงซี่หนึ่งของเขาออกมา แล้วทำให้เนื้อติดกันเข้าแทนกระดูก
ปฐมกาล 2:22 THSV11 ส่วนกระดูกซี่โครงที่พระยาห์เวห์พระเจ้าได้ทรงชักออกจากชายนั้น พระองค์ทรงสร้างให้เป็นหญิง แล้วทรงนำมาให้ชายนั้น
ปฐมกาล 2:23 THSV11 ชายนั้นจึงว่า “นี่แหละ กระดูกจากกระดูกของเรา เนื้อจากเนื้อของเรา จะเรียกคนนี้ว่าหญิง เพราะคนนี้ออกมาจากชาย”
ปฐมกาล 2:24 THSV11 เพราะเหตุนั้นผู้ชายจะละจากบิดามารดาของเขาไปผูกพันอยู่กับภรรยา และเขาทั้งสองจะเป็นเนื้อเดียวกัน
มัทธิว 19:4 THSV11 พระองค์ตรัสตอบว่า “ท่านทั้งหลายไม่ได้อ่านหรือว่า พระผู้ทรงสร้างมนุษย์แต่เดิมนั้น ทรงสร้างให้เป็นชายและหญิง
เงิน ในครอบครัว ใครเป็นเจ้าของ (ปฐก. 2:24 เพราะเหตุนั้นผู้ชายจะละจากบิดามารดาของเขาไปผูกพันอยู่กับภรรยา และเขาทั้งสองจะเป็นเนื้อเดียวกัน
มธ. 19:5 และตรัสว่า‘เพราะเหตุนี้ ผู้ชายจะละบิดามารดาไปผูกพันอยู่กับภรรยา และเขาทั้งสองจะเป็นเนื้อเดียวกัน’
มก. 10:8 และเขาทั้งสองจะเป็นเนื้อเดียวกัน ดังนั้นพวกเขาจะไม่เป็นสองอีกต่อไป แต่เป็นเนื้อเดียวกัน
1คร. 6:16 ท่านทั้งหลายรู้แล้วไม่ใช่หรือว่าคนที่ผูกพันกับหญิงโสเภณีก็เป็นร่างกายเดียวกับนาง? เพราะว่ามีคำกล่าวไว้ว่า “เขาทั้งสองจะเป็นเนื้อเดียวกัน”
อฟ. 5:31 “เพราะเหตุนี้เอง ผู้ชายจะละบิดามารดาไปผูกพันอยู่กับภรรยา และเขาทั้งสองจะเป็นเนื้อเดียวกัน” )
คำว่า “ขอคิดดูก่อน ดูก่อน มีความหมายว่าอะไร? ) yes or no
ไปคริสตจักร เพื่ออะไร? นมัสการพระเจ้า หรือมีแรงจูงใจอะไร?
(ฉธบ. 6:5 ท่านจงรักพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านด้วยสุดจิตสุดใจและสุดกำลังของท่าน
ฉธบ. 10:12 “และบัดนี้ คนอิสราเอล พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านมีพระประสงค์อะไรจากท่าน? นอกจากให้ยำเกรงพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน ให้ดำเนินตามทางทั้งสิ้นของพระองค์ ให้รักพระองค์ ให้ปรนนิบัติพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านด้วยสุดจิตสุดใจของท่าน
ฉธบ. 11:13 “ถ้าท่านจะตั้งใจเชื่อฟังตามบัญญัติของข้าพเจ้าซึ่งข้าพเจ้าบัญชาท่านไว้ในวันนี้ ให้รักพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านทั้งหลายและปรนนิบัติพระองค์ด้วยสุดจิตสุดใจของท่าน
ฉธบ. 26:16 “วันนี้พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านทรงบัญชาท่านให้ทำตามกฎเกณฑ์และกฎหมายเหล่านี้ ฉะนั้นท่านจงระวังที่จะทำตามด้วยสุดจิตสุดใจของท่าน
ฉธบ. 30:2 และท่านก็หันกลับมาหาพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน ทั้งตัวท่านและลูกหลานของท่าน และเชื่อฟังพระสุรเสียงของพระองค์ในทุกสิ่งทุกอย่างซึ่งข้าพเจ้าได้บัญชาท่านในวันนี้ด้วยสุดจิตสุดใจของท่าน
ฉธบ. 30:6 แล้วพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านจะประทานใจเชื่อฟังแก่ท่านและแก่บุตรหลานของท่าน เพื่อท่านจะได้รักพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านด้วยสุดจิตสุดใจของท่าน เพื่อท่านทั้งหลายจะมีชีวิตอยู่ได้
ฉธบ. 30:10 ถ้าท่านฟังพระสุรเสียงของพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน โดยรักษาพระบัญญัติและกฎเกณฑ์ของพระองค์ ซึ่งจารึกไว้ในหนังสือแห่งธรรมบัญญัตินี้ ถ้าท่านทั้งหลายหันกลับมาหาพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านด้วยสุดจิตสุดใจของท่าน
ยชว. 22:5 เพียงแต่จงระวังให้มากที่จะปฏิบัติตามพระบัญญัติ และกฎหมายซึ่งโมเสสผู้รับใช้ของพระยาห์เวห์บัญชาท่านไว้ คือให้รักพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน และดำเนินในพระมรรคาทั้งสิ้นของพระองค์ และรักษาพระบัญญัติของพระองค์ และยึดมั่นอยู่กับพระองค์ และปรนนิบัติพระองค์ด้วยสุดจิตสุดใจของท่าน”
1พกษ. 2:4 เพื่อพระยาห์เวห์จะสถาปนาพระวจนะของพระองค์ ซึ่งพระองค์ตรัสเกี่ยวกับเราว่า ‘ถ้าลูกหลานของเจ้าระมัดระวังที่จะดำเนินในทางของเขาต่อหน้าเรา ด้วยความซื่อสัตย์ ด้วยสุดจิตสุดใจของเขาแล้ว เจ้าจะไม่ขาดทายาทที่จะนั่งบนบัลลังก์ของอิสราเอล’
1พกษ. 8:48 ถ้าเขาทั้งหลายกลับมาหาพระองค์ด้วยสุดจิตสุดใจ ในแผ่นดินแห่งศัตรูผู้จับเขาไปเป็นเชลย และอธิษฐานต่อพระองค์ตรงไปยังแผ่นดิน ซึ่งพระองค์ประทานแก่บรรพบุรุษของเขาทั้งหลาย คือเมืองซึ่งพระองค์ทรงเลือกสรรไว้ และพระนิเวศซึ่งข้าพระองค์ได้สร้างไว้เพื่อพระนามของพระองค์แล้ว
2พกษ. 23:3 พระราชาทรงยืนข้างเสา และทรงทำพันธสัญญาเฉพาะพระพักตร์พระยาห์เวห์ ว่าจะดำเนินตามพระยาห์เวห์ และจะรักษาพระบัญญัติ พระโอวาท และกฎเกณฑ์ของพระองค์ ด้วยสุดจิตสุดใจ จะสถาปนาถ้อยคำของพันธสัญญานี้ที่เขียนไว้ในหนังสือนี้ แล้วประชาชนทั้งหมดก็เข้าร่วมในพันธสัญญานั้น
2พกษ. 23:25 ก่อนพระองค์ก็ไม่มีพระราชาองค์ใดเหมือนพระองค์ ผู้หันกลับมาหาพระยาห์เวห์ด้วยสุดจิตสุดใจและด้วยสุดกำลังตามธรรมบัญญัติทั้งสิ้นของโมเสส หลังพระองค์ก็ไม่มีพระราชาองค์ใดขึ้นมาเหมือนพระองค์
2พศด. 6:38 ถ้าเขาทั้งหลายกลับมาหาพระองค์ด้วยสุดจิตสุดใจของเขา ในแผ่นดินที่เขาไปเป็นเชลย ที่ซึ่งพวกเขาถูกจับไปเป็นเชลย และอธิษฐานต่อพระองค์ตรงต่อแผ่นดิน ซึ่งพระองค์ประทานแก่บรรพบุรุษของเขาทั้งหลาย คือเมืองซึ่งพระองค์ทรงเลือกสรรไว้ และพระนิเวศซึ่งข้าพระองค์ได้สร้างไว้เพื่อพระนามของพระองค์
2พศด. 15:12 และเขาทั้งหลายทำพันธสัญญาที่จะแสวงหาพระยาห์เวห์พระเจ้าแห่งบรรพบุรุษของเขา ด้วยสุดจิตสุดใจของพวกเขา
ฉธบ. 28:1 “ถ้าท่านตั้งใจเชื่อฟังพระสุรเสียงของพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน และระวังที่จะทำตามพระบัญญัติทั้งสิ้นของพระองค์ซึ่งข้าพเจ้าบัญชาท่านในวันนี้ พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านจะทรงตั้งท่านไว้ให้สูงกว่าบรรดาประชาชาติทั่วโลก
ฉธบ. 28:2 พระพรเหล่านี้ทั้งสิ้นจะลงมาเหนือท่านและตามทันท่าน ถ้าท่านฟังพระสุรเสียงของพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน
ฉธบ. 28:3 ท่านจะรับพระพรในเมือง ท่านจะรับพระพรในทุ่งนา
ฉธบ. 28:4 พงศ์พันธุ์ของตัวท่านเอง ผลแห่งพื้นดินของท่านและพันธุ์แห่งสัตว์ของท่านจะรับพระพร คือลูกอ่อนของฝูงโคของท่าน ลูกอ่อนของฝูงแพะแกะของท่าน
ฉธบ. 28:5 กระจาดของท่านและรางนวดแป้งของท่านจะรับพระพร
ฉธบ. 28:6 ท่านจะรับพระพรเมื่อท่านเข้ามา และท่านจะรับพระพรเมื่อท่านออกไป
ฉธบ. 28:7 “พระยาห์เวห์จะทรงทำให้ศัตรูผู้ลุกขึ้นต่อสู้ท่านพ่ายแพ้แก่ท่าน เขาจะออกมาต่อสู้ท่านทางเดียว และหนีจากท่านเจ็ดทาง
ฉธบ. 28:8 พระยาห์เวห์จะทรงบัญชาพระพรให้แก่ฉางของท่าน และทุกสิ่งที่มือท่านทำ และพระองค์จะทรงอวยพรท่านในแผ่นดินซึ่งพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านประทานแก่ท่าน
ฉธบ. 28:9 พระยาห์เวห์จะทรงตั้งท่านให้เป็นชนชาติบริสุทธิ์แด่พระองค์ ดังที่พระองค์ทรงปฏิญาณแก่ท่านแล้ว ถ้าท่านรักษาพระบัญญัติของพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน และดำเนินในพระมรรคาของพระองค์
ฉธบ. 28:10 และชนชาติทั้งหลายในโลกจะเห็นว่าเขาเรียกท่านตามพระนามพระยาห์เวห์ และเขาทั้งหลายจะเกรงกลัวท่าน
ฉธบ. 28:11 พระยาห์เวห์จะทรงทำให้ท่านอุดมสมบูรณ์ไปด้วยพงศ์พันธุ์ของตัวท่านเอง พันธุ์ของฝูงสัตว์ของท่านและผลแห่งพื้นดินของท่าน ในแผ่นดินซึ่งพระยาห์เวห์ทรงปฏิญาณแก่บรรพบุรุษของท่านว่าจะประทานแก่ท่าน
ฉธบ. 28:12 พระยาห์เวห์จะทรงเปิดคลังฟ้าสวรรค์อันดีของพระองค์ประทานฝนแก่แผ่นดินของท่านตามฤดูกาล และทรงอวยพรแก่งานแห่งมือของท่าน และท่านจะให้หลายประชาชาติขอยืม แต่ท่านจะไม่ขอยืม
ฉธบ. 28:13 ถ้าท่านเชื่อฟังพระบัญญัติของพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน ซึ่งข้าพเจ้าบัญชาท่านในวันนี้ และระวังที่จะทำตาม พระยาห์เวห์จะทรงทำให้ท่านเป็นหัวไม่ใช่เป็นหาง ทำให้สูงขึ้นเท่านั้นไม่ใช่ให้ต่ำลง
อสย. 58:14 แล้วเจ้าจะปีติยินดีในพระยาห์เวห์ และเราจะให้เจ้าขึ้นขี่อยู่บนที่สูงของแผ่นดินโลก และเราจะเลี้ยงเจ้าด้วยมรดกของยาโคบบิดาของเจ้า เพราะโอษฐ์ของพระยาห์เวห์ได้ตรัสแล้ว
อพย. 20:6 แต่แสดงความรักมั่นคงต่อคนที่รักเรา และรักษาบัญญัติของเราจนถึงนับพันชั่วอายุคน
ฉธบ. 5:10 แต่แสดงความรักมั่นคงต่อคนที่รักเรา และรักษาบัญญัติของเราจนถึงนับพันชั่วอายุคน
ฉธบ. 7:9 ฉะนั้นจงทราบเถิดว่า พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านเป็นพระเจ้า เป็นพระเจ้าซื่อสัตย์ผู้ทรงรักษาพันธสัญญาและความรักมั่นคง ต่อบรรดาผู้ที่รักพระองค์และรักษาบัญญัติของพระองค์ถึงพันชั่วอายุคน
1พศด. 16:15 จงจดจำพันธสัญญาของพระองค์อยู่เป็นนิตย์ คือพระวจนะที่พระองค์ทรงบัญชาไว้ตลอดหนึ่งพันชั่วอายุคน
สดด. 105:8 พระองค์ทรงระลึกถึงพันธสัญญาของพระองค์อยู่เป็นนิตย์ คือพระวจนะที่พระองค์ทรงบัญชาไว้ตลอดหนึ่งพันชั่วอายุคน)
อะไร คือ ครอบครัว แบ่งปัน รับรู้ ร่วมมือ ชนะด้วยกัน (อฟ. 5:21 จงยอมเชื่อฟังกันและกันเนื่องด้วยความยำเกรงพระคริสต์
อฟ. 5:22 ส่วนภรรยาจงยอมเชื่อฟังสามีของตน เหมือนยอมเชื่อฟังองค์พระผู้เป็นเจ้า
อฟ. 5:23 เพราะว่าสามีเป็นศีรษะของภรรยา เหมือนพระคริสต์ทรงเป็นศีรษะของคริสตจักรซึ่งเป็นพระกายของพระองค์ โดยพระองค์เป็นพระผู้ช่วยให้รอด
อฟ. 5:24 คริสตจักรยอมเชื่อฟังพระคริสต์อย่างไร ภรรยาก็ควรยอมเชื่อฟังสามีทุกประการอย่างนั้น
อฟ. 5:25 ส่วนสามีก็จงรักภรรยาของตน เหมือนพระคริสต์ทรงรักคริสตจักร และประทานพระองค์เองเพื่อคริสตจักร
อฟ. 5:26 เพื่อจะทำให้คริสตจักรบริสุทธิ์โดยการชำระด้วยน้ำและพระวจนะ
อฟ. 5:27 เพื่อพระองค์จะได้คริสตจักรที่มีศักดิ์ศรี ไม่มีด่างพร้อย ริ้วรอย หรือมลทินใดๆ เลย แต่บริสุทธิ์ปราศจากตำหนิ
อฟ. 5:28 ในทำนองเดียวกัน สามีต้องรักภรรยาของตนเหมือนรักร่างกายของตัวเอง คนที่รักภรรยาของตัวเองก็รักตัวเองด้วย
อฟ. 5:29 เพราะว่าไม่มีใครเกลียดชังกายของตนเอง มีแต่เลี้ยงดูและทะนุถนอม เหมือนที่พระคริสต์ทรงทำแก่คริสตจักร
อฟ. 5:30 เพราะว่าเราเป็นอวัยวะของพระกายของพระองค์
อฟ. 5:31 “เพราะเหตุนี้เอง ผู้ชายจะละบิดามารดาไปผูกพันอยู่กับภรรยา และเขาทั้งสองจะเป็นเนื้อเดียวกัน”
อฟ. 5:32 ความล้ำลึกในเรื่องนี้สำคัญ และข้าพเจ้าเข้าใจว่าหมายถึงพระคริสต์และคริสตจักร
อฟ. 5:33 อย่างไรก็ดี พวกท่านแต่ละคนจงรักภรรยาของตนเหมือนรักตัวเอง และภรรยาก็จงยำเกรงสามี
1ปต. 3:7 พวกท่านที่เป็นสามีก็เช่นกัน จงอยู่กินกับภรรยาด้วยความเข้าใจ ในฐานะที่เธอเป็นเพศที่อ่อนแอกว่า และจงให้เกียรติเธอในฐานะที่เป็นทายาทร่วมรับชีวิตอันเป็นพระคุณ เพื่อคำอธิษฐานของพวกท่านจะไม่ถูกขัดขวาง)
อะไรเป็นสิ่งเตือนใจ ในการดำเนินชีวิต และครอบครัว อยู่ในมือใคร? (1พศด. 29:12 ทั้งความมั่งคั่งและเกียรติมาจากพระองค์ และพระองค์ทรงครอบครองอยู่เหนือทุกสิ่ง ฤทธิ์อำนาจและฤทธานุภาพอยู่ในพระหัตถ์ของพระองค์ และอยู่ที่พระหัตถ์ของพระองค์ที่จะทรงกระทำให้ใหญ่ยิ่งและประทานกำลังแก่คนทั้งปวง)
ประสบการณ์ที่ผ่านมาในชีวิต พระเจ้าให้มาเพื่ออะไร? เพื่อช่วยผู้อื่นได้ไหม?
ปัญหาเกิดขึ้น โทษใครดี
คุณเลือกพี่เลี้ยง(ผู้วางแผนการรบ)แบบไหน?
พระเจ้ากับอาชีพการงาน ไปด้วยกันกับชีวิตเราแบบไหน? (มธ. 6:33 แต่พวกท่านจงแสวงหาแผ่นดินของพระเจ้า และความชอบธรรมของพระองค์ก่อน แล้วพระองค์จะทรงเพิ่มเติมสิ่งทั้งปวงนี้ให้)
การดำเนินชีวิต ที่บริสุทธิ์ ได้รับความโปรดปรานจากพระเจ้า แต่งงาน ปี มีลูก ขวบ
การอธิษฐานส่วนตัว ในครอบครัว (https://docs.google.com/document/d/e/2PACX-1vRz_G6HuDg2AKnMtaU-LhuYXLpF0Oa682Me-4TNngEtZ-DDekEOm97dowSZmqS_CWV3aYSiKiiRAxIM/pub)
ความเชื่อสายกลาง อุ่น ร้อน เย็น เสียเวลา หรือไม่? (วว. 3:15 “เรารู้จักความประพฤติของเจ้า คือว่าเจ้าไม่เย็นและไม่ร้อน เราอยากให้เจ้าเย็นหรือร้อน
วว. 3:16 เพราะว่าเจ้าเป็นแต่อุ่นๆ ไม่ร้อนและไม่เย็น เราจะคายเจ้าออกจากปากของเรา
มธ. 11:12 และตั้งแต่สมัยยอห์นผู้ให้บัพติศมาถึงทุกวันนี้ แผ่นดินสวรรค์ก็ถูกโจมตีอย่างรุนแรง และพวกที่รุนแรงพยายามชิงเอาให้ได้)
ถ้ามีสักอย่างในชีวิตคุณที่อยากให้มันดีขึ้น คืออะไร?
อะไรคือชัยชนะ ในครอบครัว
ห้องสงคราม ห้องเฝ้าเดี่ยว วิธีการอธิษฐาน (นำทุกเรื่องราวในชีวิตมาทูลต่อพระเจ้า) ยรม. 33:3 ‘จงทูลเรา และเราจะตอบเจ้า และจะบอกสิ่งยิ่งใหญ่ที่ซ่อนอยู่ ซึ่งเจ้าไม่รู้นั้นแก่เจ้า’
ให้และใช้เวลากับพระเจ้า เท่าไร เพื่อใคร อะไร? (มก. 14:37 เมื่อเสด็จกลับมา พระองค์ทอดพระเนตรเห็นพวกสาวกนอนหลับอยู่ จึงตรัสกับเปโตรว่า “ซีโมนเอ๋ย ท่านยังนอนหลับหรือ? จะเฝ้าอยู่สักชั่วโมงเดียวไม่ได้หรือ?)
มองเห็นศักยภาพในคน ที่คุณจะช่วย/สร้าง เขา พี่เลี้ยง(ผู้วางแผนการรบ) คือผู้ที่ปลุกศักยภาพหรือของประทานในแต่ละคน (รม. 11:29 เพราะว่าพระเจ้าไม่ได้ทรงเปลี่ยนพระทัย ในการที่ได้ทรงให้ของประทานและในการทรงเรียก
รม. 12:6 และเราทุกคนมีของประทานต่างกัน ตามพระคุณที่ประทานแก่เรา คือถ้าของประทานเป็นการเผยพระวจนะ ก็จงเผยตามกำลังของความเชื่อ
1คร. 1:7 ท่านทั้งหลายก็ไม่ได้ขาดของประทานเลย ในขณะที่ท่านรอคอยการปรากฏของพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา
1คร. 7:7 ข้าพเจ้าต้องการให้ทุกคนเป็นเหมือนข้าพเจ้า แต่ว่าแต่ละคนก็ได้รับของประทานของตัวเองจากพระเจ้า คนหนึ่งได้รับอย่างนี้ และอีกคนหนึ่งได้รับอย่างนั้น
วิธีในการสร้างคน ไม่กดดัน? แต่ละคนไม่เหมือนกัน (1คร. 12:28 พระเจ้าทรงตั้งบางคนไว้ในคริสตจักร คือหนึ่ง บรรดาอัครทูต สอง บรรดาผู้เผยพระวจนะ สาม บรรดาอาจารย์ ต่อจากนั้น ผู้ทำการด้วยฤทธานุภาพ ต่อจากนั้น ของประทานในการรักษาโรค พวกที่ให้ความช่วยเหลือ พวกผู้นำและพวกที่รู้ภาษาแปลกๆ)
คำพูด คำว่ารัก สิ่งที่พูดกับสิ่งที่ทำ การสนใจจริงๆ เราต้อง? (สนใจตัวเองมากไปหรือเปล่า?) สภษ. 29:19 สักแต่ใช้คำพูดเท่านั้นจะสั่งสอนคนรับใช้ไม่ได้ เพราะแม้เขาจะเข้าใจ แต่เขาก็ไม่เชื่อฟัง
ทัศนคติ และหน้าที่ของเราต่อสามี ภรรยา ลูกๆ (อธิษฐานเผื่อสามี ภรรยา คู่สมรส ลูกๆ ในครอบครัวของคุณ) ใช้เวลากับพระเจ้า ปัญหาทุกปัญหานำมาทูลต่อพระเจ้า วางใจพระเจ้า ทำตามถ้อยคำของพระเจ้า ต่อสู้อย่างถูกวิธีด้วยอาวุธที่เหมาะสม ดีกว่าใช้เวลาทะเลาะกัน )
มองหาศัตรูที่แท้จริง ให้พบ ให้รู้จัก แล้วต่อสู้ให้ถูกต้อง (การต่อสู้อย่างถูกต้องด้วยอาวุธที่เหมาะสม)
หน้าที่ พี่เลี้ยง(ผู้วางแผนการรบ) ควรรู้จักน้องเลี้ยง ยึดหลักของพระเจ้า
สถานที่ หรือหัวใจ ที่สำคัญในการทำสงคราม และพบพระเจ้า
ญาติ พี่ น้อง กับ ครอบครัว (สามี ภรรยา ลูก)
เงิน สันติสุข มโนธรรม ควรยึดควรมีอะไร? (สดด. 19:10 น่าปรารถนามากกว่าทองคำ ยิ่งกว่าทองบริสุทธิ์มากนัก หวานยิ่งกว่าน้ำผึ้ง ที่หยดลงจากรวง
สดด. 119:127 เพราะฉะนั้นข้าพระองค์รักพระบัญญัติของพระองค์ ยิ่งกว่าทองคำ ยิ่งกว่าทองบริสุทธิ์
1ปต. 1:7 เพื่อการทดสอบความเชื่อของพวกท่าน (อันล้ำค่ายิ่งกว่าทองคำ ที่แม้ว่าจะเสื่อมสลายไปได้ก็ยังถูกทดสอบด้วยไฟ) จะนำไปสู่การสรรเสริญ ศักดิ์ศรี และเกียรติ ในเวลาที่พระเยซูคริสต์จะเสด็จมาปรากฏ )
ปัญหา ในครอบครัว การรักษาและดำเนินชีวิต ส่วนตัวและครอบครัว
พี่เลี้ยง(ผู้วางแผนการรบ) สมควรเสียสละ ยืนหยัด ต่อสู้ โดยความเชื่อ เพื่อให้เขาได้เรียนรู้เรื่องความเชื่อ สิทธิอำนาจ (ไม่เพียงพูด ควรลงมือทำ)
พระเจ้ารักเขา เรารักเขา? แต่ละคนสมควรได้รับพระคุณ? จากพระเจ้าหรือไม่? ถ้าเราไม่อภัยให้เขา เราจะให้ใคร ต้องอภัยให้เขาและเรา (โรม 3:23 THSV11 เพราะว่าทุกคนทำบาป และเสื่อมจากพระสิริของพระเจ้า เอเฟซัส 1:7 (THSV11) ในพระเยซูนั้น เราได้รับการไถ่โดยพระโลหิตของพระองค์ คือได้รับการยกโทษจากการละเมิดโดยพระคุณอันอุดมของพระเจ้า ยอห์น 3:16 '“เพราะว่าพระเจ้าทรงรักโลกจนได้ประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองค์ เพื่อทุกคนที่เชื่อในพระบุตรนั้นจะไม่พินาศแต่มีชีวิตนิรันดร์ ' มัทธิว 6:14-15 '“เพราะว่าถ้าพวกท่านให้อภัยการล่วงละเมิดของเพื่อนมนุษย์ พระบิดาของท่านผู้สถิตในสวรรค์จะทรงให้อภัยการล่วงละเมิดของพวกท่านด้วย แต่ถ้าพวกท่านไม่ให้อภัยการล่วงละเมิดของเพื่อนมนุษย์ พระบิดาของท่านจะไม่ทรงให้อภัยการล่วงละเมิดของพวกท่านเหมือนกัน '
มัทธิว 6:6 'ส่วนท่านเมื่ออธิษฐานจงเข้าในห้องชั้นใน และเมื่อปิดประตูแล้ว จงอธิษฐานต่อพระบิดาของท่านผู้สถิตในที่ลี้ลับ และพระบิดาของท่านผู้ทอดพระเนตรเห็นในที่ลี้ลับจะประทานบำเหน็จแก่ท่าน '
เพื่อนที่แสนดี ส่งข่าวแบบไหน? เราเผชิญปัญหานั้น อย่างไร? เราจะต้องการ อ้อนวอนพระเจ้าตอนไหน?
อะไร? คือศัตรูที่แท้จริง ถึงเวลาแล้วหรือยัง? ที่เราจะลุกขึ้นต่อสู้ บอกและพึ่งพระเจ้า เผื่อทุกคน ใช้เวลา และรอคอยพระเจ้า (ช่วยลูกอีกครั้ง ให้ลูกรักเขา และให้เขารักลูก)
ใช้พระวจนะในการอธิษฐาน เช่น
ยอห์น 10:10 TNCV “ขโมยนั้นมาเพียงเพื่อลัก ฆ่า และทำลาย เราได้มาเพื่อเขาทั้งหลายจะมีชีวิตและมีชีวิตอย่างครบบริบูรณ์”
ยากอบ 4:7 TNCV “ดังนั้นแล้วท่านจงยอมจำนนต่อพระเจ้า จงยืนหยัดต่อสู้กับมารและมันจะหนีไปจากท่าน”
ลูกา 10:19 TNCV “เราให้สิทธิอำนาจแก่พวกท่านที่จะเหยียบงูร้ายและแมงป่อง และที่จะพิชิตฤทธิ์อำนาจทั้งปวงของศัตรู ไม่มีสิ่งใดจะทำอันตรายพวกท่านได้”
ฯลฯ
ความสุขแท้จริงคุณอยู่ที่พระเจ้า ไม่ใช่อะไร อื่น
ถ้าคุณต่อสู้กับมาร เมื่อชนะมารแล้วปัญหาจะถูกแก้ไข
ให้เราทำในสิ่งที่เราควรทำ คือต้องการพระเจ้า พึ่งพระเจ้า ดำเนินชีวิต ตามน้ำพระทัยพระเจ้า (อย่าต่อสู้พระเจ้า แต่ให้เข้าหา และพึ่งพระเจ้า ทำตามน้ำพระทัยพระเจ้าจะดีกับคุณเอง)
เมื่อเราทำ คนอื่นที่ใกล้ชิดเราจะทำด้วย ลูก สามี ภรรยา
เมื่อเขาผิดพลาดอภัย ให้โอกาส ไม่โทษคนอื่น ไม่โทษตัวเอง แต่ต้องร่วมมือกันสู้กับมาร แล้วชนะด้วยกัน
การอธิษฐานด้วยกันในครอบครัว พิเศษ? มากๆ (สดด. 133:1 ดูเถิด เป็นการดีและน่าชื่นใจมากสักเท่าใด ที่พี่น้องอาศัยอยู่ด้วยกันเป็นน้ำหนึ่งใจเดียว
รม. 12:16 จงเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน อย่าใฝ่สูง แต่ยอมสมาคมกับคนต่ำต้อย อย่าถือว่าตัวฉลาด
รม. 15:5 ขอพระเจ้าผู้เป็นแหล่งความทรหดอดทนและการหนุนใจ ทรงช่วยให้ท่านทั้งหลายเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันโดยพระเยซูคริสต์
1คร. 1:10 พี่น้องทั้งหลาย ข้าพเจ้าวิงวอนท่านในพระนามของพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา ขอให้ปรองดองกัน อย่ามีความแตกแยกในพวกท่าน แต่ขอให้เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในความคิดและความเห็น
2คร. 13:11 สุดท้ายนี้ พี่น้องทั้งหลาย ขอลาก่อน จงกลับสู่สภาพดีดังเดิม จงฟังคำขอร้องของข้าพเจ้า จงเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน จงอยู่ร่วมกันอย่างสันติ และพระเจ้าแห่งความรักและสันติสุขจะสถิตกับท่านทั้งหลาย
อฟ. 4:3 จงพยายามรักษาความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันที่มาจากพระวิญญาณนั้น โดยมีสันติภาพเป็นเครื่องผูกพัน
อฟ. 4:13 จนกว่าเราทุกคนจะบรรลุถึงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในความเชื่อและในความรู้ถึงพระบุตรของพระเจ้า บรรลุถึงความเป็นผู้ใหญ่ คือโตเต็มถึงขนาดความบริบูรณ์ของพระคริสต์
ฟป. 1:27 ขอเพียงให้พวกท่านดำเนินชีวิตสมกับข่าวประเสริฐของพระคริสต์ เพื่อที่ว่าไม่ว่าข้าพเจ้าจะมาหาและได้เห็นหน้าท่าน หรือไม่มาหา ข้าพเจ้าก็จะได้ยินข่าวเกี่ยวกับพวกท่านว่า ท่านยืนหยัดมั่นคงเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ร่วมกันสู้ด้วยจิตใจเดียวกันเพื่อความเชื่อที่มาจากข่าวประเสริฐ
1ปต. 3:8 ในที่สุดนี้ ท่านทั้งหลายจงเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน เห็นอกเห็นใจกัน รักกันฉันพี่น้อง มีจิตใจอ่อนโยนและถ่อมตัว)
การช่วยเหลือตนเอง และผู้อื่น ที่ดีที่สุด คือ ช่วยให้เราและเขากลับมาหาและพบพระเจ้า (1 โครินธ์ 10:26 'เพราะ “แผ่นดินโลกกับสรรพสิ่งในโลกนั้นเป็นขององค์พระผู้เป็นเจ้า” ')
พี่เลี้ยง(ผู้วางแผนการรบ) นอกจากจะสร้างผู้อื่นให้มีชัยชนะแล้ว ยังสร้างผู้อื่นให้เป็นพี่เลี้ยงที่จะสร้างคนรุ่น ต่อๆไปด้วย ขอให้ทุกคนที่พระเจ้าส่งมาพบเรา นั้นเป็นคำตอบจากพระเจ้าที่เราอธิษฐานกับพระองค์ และที่เราจะร่วมกับพระองค์ในการสร้างอาณาจักรของพระองค์ต่อๆไป
(รม. 5:11 ไม่ใช่เพียงเท่านั้น เรายังชื่นชมยินดีในพระเจ้า โดยทางพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา ผู้ทรงเป็นเหตุให้เรากลับคืนดีกับพระเจ้า
รม. 11:15 เพราะว่าถ้าการที่พวกอิสราเอลถูกทอดทิ้ง เป็นเหตุให้คนทั้งโลกกลับคืนดีกับพระเจ้า การที่พระองค์ทรงรับเขากลับมาอีกนั้น ก็เป็นเหมือนกับว่าเขาได้ตายไปแล้วและกลับเป็นขึ้นใหม่
2คร. 5:20 เพราะฉะนั้นเราจึงเป็นทูตของพระคริสต์โดยที่พระเจ้าทรงขอร้องท่านทั้งหลายผ่านทางเรา เราจึงวิงวอนท่านในนามของพระคริสต์ให้คืนดีกับพระเจ้า
อฟ. 2:16 และทำให้ทั้งสองฝ่ายคืนดีกับพระเจ้าเป็นกายเดียวโดยทางกางเขน จึงเป็นเหตุให้การเป็นศัตรูกันหมดสิ้นไป)