วันเสาร์ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

ตายฟื้น เจ้าชายนิทรา ฟื้นจากความตาย ชายไทย โสด อายุ 25 ปี บ้านตะคร้อ ต.พรสำราญ อ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์

ตายแล้วยังฟื้นได้เดินกลับบ้านได้อย่างอัศจรรย์ ขอบคุณพระเยซูคริสต์

                             
                     สรุป ชายไทย โสด อายุ 25 ปี บ้านตะคร้อ ต.พรสำราญ อ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์ หลังกลับจากไปเที่ยวงานขึ้นเขา พนมรุ้ง เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2015(พ.ศ.2558) กลับถึงที่พักประมาณ 
สามทุ่ม(21.00น) รู้สึกไม่สบาย จึงกินยาพาราเซตามอล แล้วนอน เช้าขึ้นวันที่  5 เมษายน เพื่อนมาพบว่า หลับแบบไม่รู้สึกตัว ปลุกไม่ตื่น จึงติดต่อ โรงพยาบาล และญาติ ให้มารับไปรักษา ที่โรงพยาบาลบุรีรัมย์ เมื่อถึงโรงพยาบาล แพทย์จึงทำการตรวจให้การรักษาพยาบาลอย่างเร่งด่วนและเต็มความสามารถ แต่เนื่องจากสมองขาด Oxygen มาเป็นเวลากว่า 5 ชั่งโมงแล้ว (เซลล์สมองขาด Oxygen 4 นาที เซลล์สมองจะเริ่มตาย  ขาด Oxygen 7-10 นาที สมองไม่สามารถคืนสู่ปกติได้อีก ) อาการหนักจึงให้เข้ารับการรักษาในห้อง ICU อยู่เป็นเวลา 4 วัน (8 เมษายน) แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ทั้ง 3 สาขา คือ สาขาระบบหัวใจหลอดเลือดสาขาระบบทางเดินหายใจ และ สาขาระบบสมองเส้นประสาท จึงเชิญพ่อแม่ของผู้ป่วยมาพบ แล้วแจ้งว่า “ลูกของท่าน คงไม่ฟื้น ถึงแม้ว่าฟื้นขึ้นมาก็คงเป็นเจ้าชายนิทราไปตลอด
ชีวิต”  จึงให้พ่อแม่เซ็นรับศพกลับบ้าน ไปจัดงานศพตามประเพณี  ด้วยความรักลูก ทั้งพ่อและแม่ จึงกราบขอความเมตตาจากแพทย์ พยาบาล อย่าเพิ่งให้เอาศพออกจากโรงพยาบาล คุณหมอก็ยอม แม่จึงโทรฯหาเพื่อนที่หมู่บ้าน  ขอบคุณพระเจ้า เพื่อนคนนั้นมีลูกสาว ถวายตัวรับใช้พระเจ้าอยู่ที่ คริสตจักรไธสง อ.พุทไธสง จ.บุรีรัมย์ เธอจึงแจ้ง ผู้เผยพระวจนะของพระเยซูคริสต์ นำทีมและพี่น้องคริสตจักรไธสง อธิษฐานด้วยความเชื่อ โดยให้แม่ของผู้ป่วย เอาโทรศัพท์ไปแนบที่หูของผู้ป่วย(ตายแล้ว ไม่รู้สึกตัวมา3-4วัน) อธิษฐานสั่งผูกมัดและขับวิญญาณแห่งความตายให้ออกจากผู้ป่วย แล้วอธิษฐานด้วยความเชื่อ ขอชีวิตกลับคืนให้เขา ในพระนามพระเยซูคริสต์ อาเมน หลังจากอธิษฐานจบ ผู้ป่วยมีอาการเหมือนกลืนน้ำลาย คริสตจักรไธสงอธิษฐานด้วยความเชื่อ เช่นนี้อยู่ 3 วัน ผลเป็นดังนี้
                วันแรกของการอธิษฐาน (เมษายน ) กลืนน้ำลาย
                วันที่สองของการอธิษฐาน (เมษายน ) สัมผัสที่หน้าผากระหว่างคิ้ว และฝ่าเท้า รู้สึกขยับ ตอบสนองได้
                วันที่สามของการอธิษฐาน (10 เมษายน ) เริ่มขยับกำมือได้เบาๆ หลังจากนั้นการตอบสนองดีขึ้น
เรื่อยๆ  จนถึงวันที่ 12 เมษายน คนไข้รู้สึกตัว จึงถามญาติและคุณหมอว่า "ทำไมผมจึงได้มาอยู่ที่นี่"  เมื่อรู้สึกตัวและอาการดีขึ้น แพทย์จึงให้ออกจากห้อง ICU มาอยู่ห้องผู้ป่วยปกติ รักษาตัวต่อไป จนถึง
วันที่ 17เมษายน แพทย์จึงให้กลับบ้านได้อย่างอัศจรรย์ โดยพระเยซูคริสต์ เพราะปกติแล้ว กำหนดออกจากโรงพยาบาลได้ คือ วันที่ 28 เมษายน แบบเจ้าชายนิทรากลับบ้าน  แต่โดยพระเยซูคริสต์ตายแล้วยังฟื้นได้ และเดินกลับบ้านอย่างอัศจรรย์ อาเมน
                ถ้าเป็นคุณเลือกกลับจากโรงพยาบาลไปบ้าน คุณจะเลือกแบบไหนครับ
แบบที่ 1 เหมือนวันที่ 8 เมษายน ญาติเซ็นรับศพกลับบ้าน
แบบที่ 2 เหมือนวันที่ 28 เมษายน แบบเจ้าชายนิทรากลับบ้าน แล้วนิทราไปตลอดชีวิต หรือ
แบบที่ 3 เหมือนวันที่ 17 เมษายน โดยพระเยซูคริสต์ตายแล้วยังฟื้นได้ เดินกลับบ้านอย่างอัศจรรย์ ขอบคุณพระเยซูคริสต์เจ้า อาเมน

https://www.facebook.com/ludwingfranchiseinter/info
http://cancerpreventionable.blogspot.com/
http://ludwingfranchise.blogspot.com/
http://christianproductcenter.blogspot.com/
http://slimmingfranchise.blogspot.com/

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น